7 เรื่องอาหารน่ารู้ ว่าควรหรือไม่ควรกิน

7 เรื่องอาหารน่ารู้ ว่าควรหรือไม่ควรกิน-1

7 เรื่องอาหารน่ารู้ ว่าควรหรือไม่ควรกิน-1

 

ใครๆ ก็อยากเป็นคนที่มีสุขภาพดี อาหารจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะบอกได้ว่าสุขภาพของเราจะเป็นอย่างไร โรคส่วนมากที่พบในปัจจุบันล้วนมาจากการกินอาหารเกือบทั้งสิ้น ตั้งแต่โรคเบาหวาน ความดัน ไขมันอุดตันในเส้นเลือด มะเร็ง ไปจนถึงโรคหัวใจ ล้วนมีผลพวงมาจากพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่รอวันประทุหากเรายังไม่หันมาพิจารณาการกินอาหารที่เหมาะสมกับร่างกายเสียตั้งแต่วันนี้

 

ส่วนใครที่อยากมีสุขภาพดี มีร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัย เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่าอาหารใดบ้างที่ควรและไม่ควรกิน เพื่อให้ร่างกายได้รับแต่สิ่งดีๆ ได้อย่างเต็มเปี่ยม

 

ดาร์คช็อกโกแลต

1.กินดาร์คช็อกโกแลตลดความอยากของหวาน
ช็อกโกแลตเป็นหนึ่งในของหวานแสนโปรดปรานของใครหลายคน แต่อาจจะต้องหยุดชะงักเพราะปริมาณน้ำตาลและไขมันอันมหาศาลถูกบรรจุอยู่ในชิ้นเล็กๆ ของมันมากกว่าที่จะจินตนาการได้ เพียงแค่ไม่กี่คำก็ช่วยเพิ่มแคลอรี่เกือบจะเทียบเท่าข้าว 1 จาน แต่ก็ยังมีอีกทางเลือกนั่นก็คือดาร์คช็อกโกแลตที่จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับรสชาติขมเข้มข้นละมุนลิ้นได้อีกครั้ง ซึ่งหากใครไม่ชอบรสชาติที่ขมจัดก็อาจจะเลือกเป็นดาร์ค 98-99 เปอร์เซ็นเพื่อให้มีรสหวานอ่อนๆ ช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น นอกจากจะช่วยลดความอยากของหวาน ยังมีส่วนช่วยบำรุงหัวใจแลลดภาวะเครียดอีกด้วยค่ะ

 

น้ำตะไคร้

2.น้ำตะไคร้ป้องกันมะเร็ง

ตะไคร้เป็นหนึ่งในพืชผักสวนครัวที่จะช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้มีกลิ่นหอมและน่ากินยิ่งขึ้น ด้วยเอกลักษณ์ของมัน จึงสามารถนำเอามาสกัดเพื่อทำเครื่องดื่มน้ำตะไคร้ที่มีสรรพคุณช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะเชื้อร้ายอันเป็นตัวการก่อมะเร็งลำไส้ ช่วยป้องกันไม่ใชห้ลำไส้ดูดซึมสารก่อมะเร็ง กระตุ้นระบบขับถ่ายและยังช่วยลดอาการจุกเสียดแน่นท้องจากกรดในกระเพาะ

 

ไวน์แดง

3.ไวน์แดงเพิ่มความสุขในชีวิตคู่
หากใครเป็นคนมีคู่ ต้องหันมาดูทางนี้ เพราะไวน์แดงช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ สร้างความประทับใจให้แก่กันและกันได้ดีกว่า เพียงดื่มวันละ 1-2 แก้ว ก็จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และมีความสุขกับคู่รักได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งไวน์แดงยังช่วยลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับท่านชายที่ต้องการตื่นตัว แต่อย่างไรก็ไม่ควรดื่มในปริมาณมาก เพราะจากประโยชน์ก็อาจจะกลายเป็นผลเสียตามมาได้เช่นกัน

 

นมเปรี้ยว

4.นมเปรี้ยวกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์
กลิ่นจุดซ่อนเร้นเป็นหนึ่งในความกังวลของสาวๆ ปัญหานี้จะหมดไปหากคุณผู้หญิงหันมาดื่มนมเปรี้ยวเป็นประจำทุกวัน เป็นเพราะในนมเปรี้ยวมีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสที่ดีต่อสุขภาพช่วยปรับสมดุลให้กับช่องคลอด กำจัดเชื้อแบคทีเรียไม่ดี ลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ และยังช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ดีขึ้นอีกด้วย

เชอร์รี่

5.เชอร์รี่ลดภาวะซึมเศร้า
โรคซึมเศร้าเป็นผลกระทบที่กำลังคุกคามประชากรในเมืองใหญ่ มักจะพบในผู้ป่วยที่ทำงานออฟิศและนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา การผ่อนคลายความเครียดที่ดีอีกทางหนึ่งคือการรับประทานเชอร์รี่เป็นประจำ ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าในเชอร์รี่มีสารช่วยชะลอความแก่ ลดความเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย ช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ทำให้ลดภาวะการเกิดโรคซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ควรกินเชอร์รี่อย่างน้อยวันละ 20 ลูก สำหรับผู้ป่วยโรคเครียด ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการกินยาและจะไม่ส่งผลข้างเคียง

 

การนอนกรน

6.หลีกเลี่ยงเกลือป้องกันการนอนกรน
อาหารที่มีรสชาติเค็มจัดหรืออุดมไปด้วยเกลือในปริมาณสูง จะส่งผลให้ร่างกายพยายามขับสารส่วนเกินเหล่านี้ออกไป หากได้รับในปริมาณมาก จะทำให้ระบบหายใจติดขัด เป็นสาเหตุของการนอนกรนและการหยุดหายใจชั่วขณะ เสี่ยงต่อการเกิดโรคไหลตาย ทั้งนี้การลดเกลือจะพบว่าภาวะกรนลดลง และทำให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าเกลือข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างของเหลวไปอุดตันท่อหายในให้แคบลง จนเกิดเป็นเสียงกรนตามมานั่นเอง

พริกสด

7.พริกสดเยอะไปก็ไม่ดี
อาหารรสเผ็ดจัดที่มาจากพริก มีประโยชน์ต่อร่างกายได้หากรับประทานในปริมาณที่พอดี แต่เมื่อใดก็ตามที่รับประทานเกินปริมาณที่ร่างกายจะรับไว้ ความเผ็ดมากๆ จะทำให้กระเพาะอาหารระคายเคือง โดยเฉพาะในผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหารหรือเป็นโรคกระเพาะควรหลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดให้มากที่สุด ส่วนบุคคลทั่วไปให้กินได้ตามปกติ แต่ก็ควรปล่อยให้ร่างกายได้พักผ่อนกับอาหารรสชาติจืดๆ เสียบ้าง

 

อาหารล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการเสริมสร้างร่างกาย ในขณะเดียวกันก็เป็นตัวการบ่อนทำลายสุขภาพได้ไม่แพ้กัน ดังนั้นการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์และกินอย่างสมดุลให้พอดีกับความต้องการ ก็จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ และมีสุขภาพที่แข็งแรงไปอีกนานได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม: