7 เรื่องอาหารน่ารู้ ว่าควรหรือไม่ควรกิน

ใครๆ ก็อยากเป็นคนที่มีสุขภาพดี อาหารจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะบอกได้ว่าสุขภาพของเราจะเป็นอย่างไร โรคส่วนมากที่พบในปัจจุบันล้วนมาจากการกินอาหารเกือบทั้งสิ้น ตั้งแต่โรคเบาหวาน ความดัน ไขมันอุดตันในเส้นเลือด มะเร็ง ไปจนถึงโรคหัวใจ ล้วนมีผลพวงมาจากพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่รอวันประทุหากเรายังไม่หันมาพิจารณาการกินอาหารที่เหมาะสมกับร่างกายเสียตั้งแต่วันนี้

ส่วนใครที่อยากมีสุขภาพดี มีร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัย เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่าอาหารใดบ้างที่ควรและไม่ควรกิน เพื่อให้ร่างกายได้รับแต่สิ่งดีๆ ได้อย่างเต็มเปี่ยม

1.กินดาร์คช็อกโกแลตลดความอยากของหวาน

ช็อกโกแลตเป็นหนึ่งในของหวานแสนโปรดปรานของใครหลายคน แต่อาจจะต้องหยุดชะงักเพราะปริมาณน้ำตาลและไขมันอันมหาศาลถูกบรรจุอยู่ในชิ้นเล็กๆ ของมันมากกว่าที่จะจินตนาการได้ เพียงแค่ไม่กี่คำก็ช่วยเพิ่มแคลอรี่เกือบจะเทียบเท่าข้าว 1 จาน แต่ก็ยังมีอีกทางเลือกนั่นก็คือดาร์คช็อกโกแลตที่จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับรสชาติขมเข้มข้นละมุนลิ้นได้อีกครั้ง ซึ่งหากใครไม่ชอบรสชาติที่ขมจัดก็อาจจะเลือกเป็นดาร์ค 98-99 เปอร์เซ็นเพื่อให้มีรสหวานอ่อนๆ ช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น นอกจากจะช่วยลดความอยากของหวาน ยังมีส่วนช่วยบำรุงหัวใจแลลดภาวะเครียดอีกด้วยค่ะ

2.น้ำตะไคร้ป้องกันมะเร็ง

ตะไคร้เป็นหนึ่งในพืชผักสวนครัวที่จะช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้มีกลิ่นหอมและน่ากินยิ่งขึ้น ด้วยเอกลักษณ์ของมัน จึงสามารถนำเอามาสกัดเพื่อทำเครื่องดื่มน้ำตะไคร้ที่มีสรรพคุณช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะเชื้อร้ายอันเป็นตัวการก่อมะเร็งลำไส้ ช่วยป้องกันไม่ใชห้ลำไส้ดูดซึมสารก่อมะเร็ง กระตุ้นระบบขับถ่ายและยังช่วยลดอาการจุกเสียดแน่นท้องจากกรดในกระเพาะ

3.ไวน์แดงเพิ่มความสุขในชีวิตคู่

หากใครเป็นคนมีคู่ ต้องหันมาดูทางนี้ เพราะไวน์แดงช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ สร้างความประทับใจให้แก่กันและกันได้ดีกว่า เพียงดื่มวันละ 1-2 แก้ว ก็จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และมีความสุขกับคู่รักได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งไวน์แดงยังช่วยลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับท่านชายที่ต้องการตื่นตัว แต่อย่างไรก็ไม่ควรดื่มในปริมาณมาก เพราะจากประโยชน์ก็อาจจะกลายเป็นผลเสียตามมาได้เช่นกัน

4.นมเปรี้ยวกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์

กลิ่นจุดซ่อนเร้นเป็นหนึ่งในความกังวลของสาวๆ ปัญหานี้จะหมดไปหากคุณผู้หญิงหันมาดื่มนมเปรี้ยวเป็นประจำทุกวัน เป็นเพราะในนมเปรี้ยวมีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสที่ดีต่อสุขภาพช่วยปรับสมดุลให้กับช่องคลอด กำจัดเชื้อแบคทีเรียไม่ดี ลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ และยังช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ดีขึ้นอีกด้วย

5.เชอร์รี่ลดภาวะซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าเป็นผลกระทบที่กำลังคุกคามประชากรในเมืองใหญ่ มักจะพบในผู้ป่วยที่ทำงานออฟิศและนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา การผ่อนคลายความเครียดที่ดีอีกทางหนึ่งคือการรับประทานเชอร์รี่เป็นประจำ ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าในเชอร์รี่มีสารช่วยชะลอความแก่ ลดความเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย ช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ทำให้ลดภาวะการเกิดโรคซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ควรกินเชอร์รี่อย่างน้อยวันละ 20 ลูก สำหรับผู้ป่วยโรคเครียด ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการกินยาและจะไม่ส่งผลข้างเคียง

6.หลีกเลี่ยงเกลือป้องกันการนอนกรน

อาหารที่มีรสชาติเค็มจัดหรืออุดมไปด้วยเกลือในปริมาณสูง จะส่งผลให้ร่างกายพยายามขับสารส่วนเกินเหล่านี้ออกไป หากได้รับในปริมาณมาก จะทำให้ระบบหายใจติดขัด เป็นสาเหตุของการนอนกรนและการหยุดหายใจชั่วขณะ เสี่ยงต่อการเกิดโรคไหลตาย ทั้งนี้การลดเกลือจะพบว่าภาวะกรนลดลง และทำให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าเกลือข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างของเหลวไปอุดตันท่อหายในให้แคบลง จนเกิดเป็นเสียงกรนตามมานั่นเอง

7.พริกสดเยอะไปก็ไม่ดี

อาหารรสเผ็ดจัดที่มาจากพริก มีประโยชน์ต่อร่างกายได้หากรับประทานในปริมาณที่พอดี แต่เมื่อใดก็ตามที่รับประทานเกินปริมาณที่ร่างกายจะรับไว้ ความเผ็ดมากๆ จะทำให้กระเพาะอาหารระคายเคือง โดยเฉพาะในผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหารหรือเป็นโรคกระเพาะควรหลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดให้มากที่สุด ส่วนบุคคลทั่วไปให้กินได้ตามปกติ แต่ก็ควรปล่อยให้ร่างกายได้พักผ่อนกับอาหารรสชาติจืดๆ เสียบ้าง

อาหารล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการเสริมสร้างร่างกาย ในขณะเดียวกันก็เป็นตัวการบ่อนทำลายสุขภาพได้ไม่แพ้กัน ดังนั้นการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์และกินอย่างสมดุลให้พอดีกับความต้องการ ก็จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ และมีสุขภาพที่แข็งแรงไปอีกนานได้ค่ะ

3 เคล็ดลับอัศจรรย์ ชะลอวัยให้คุณเป็นสาวใสตลอดกาล

สาวๆ คนไหนไม่อยากแก่ไว ให้ฟังทางนี้ กับเคล็ดลับของการชะลอวัย ลดริ้วรอยและทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งอยู่เสมอ เรามาดูกันเลยค่ะว่าสูตรเด็ดเคล็ดลับที่ว่านี้จะมีอะไรกันบ้าง

1.ใส่ใจการกินอาหาร

อาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลร่างกายอย่างมากค่ะ เพราะร่างกายจะสามารถขับเคลื่อนไปได้ในแต่ละวันจะต้องได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์จากอาหาร เมื่อเรากินสิ่งใดเข้าไป ร่างกายก็จะนำสิ่งนั้นไปใช้ หากกินอาหารที่ให้โทษก็จะมีสารพิษเข้าไปสะสมเป็นตัวการทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติและทำงานหนัก อาหารจึงเปรียบเสมือนปราการด่านแรกของการดูแลตัวเอง จากพฤติกรรมเดิมๆ ที่ชอบกินอาหารตามข้างทาง อาหารตามสั่ง อาหารแช่แข็ง หรือแม้กระทั่งอาหารแปรรูปฟาสฟู้ดทั้งหลายเหล่านี้ ก็จะต้องหันมาใส่ใจเลือกกินให้มากขึ้น

เริ่มต้นง่ายๆ จากกินตามหลักโภชนาการอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการบำรุงผิวพรรณให้คงสภาพความอ่อนเยาวน์เอาไว้ได้ ทั้งนี้ในด้านคาร์โบไฮเดรตควรเลือกกินประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ประกอบด้วยข้าวไม่ขัดสีและธัญพืช จะมีปริมาณไฟเบอร์สูง ช่วยอุ้มน้ำในร่างกาย ให้ผิวพรรณมีความชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ช่วยขับสารพิษในร่างกายได้อย่างหมดจรด

ส่วนการเลือกกินโปรตีน ควรเน้นเป็นลีนโปรตีน ที่มีปริมาณไขมันต่ำ เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เนื้อปลา นมไขมันต่ำ ถั่วเหลืองและเต้าหู้ เป็นต้น สารชนิดนี้มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอยความเหี่ยวย่น เสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระตุ้นระบบเผาผลาญ

น้ำดื่มน้ำสะอาดเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ในแต่ละวันเราควรได้รับน้ำอย่างน้อยประมาณ 7-8 แก้ว เพื่อให้ร่างกายทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งน้ำยังเป็นส่วนประกอบหนึ่งของเซลล์ หากร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ก็จะช่วยให้ผิวพรรณดูสดใสเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลราวกับเด็กสาวเลยทีเดียวค่ะ

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด เค็มจัด หวานจัด และมันจัด เน้นการกินอาหารผ่านการปรุงให้น้อยที่สุดหรือที่เรียกกันว่าอาหารคลีน เพื่อให้ร่างกายได้ดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์นำไปใช้เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.อย่ามองข้ามการออกกำลังกาย

เมื่อดูแลปัจจัยเรื่องการกินอาหารกันไปแล้ว การออกกำลังกายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อและชะลอความเสื่อมสภาพของร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับอาหารก็จะแปรสภาพไปเป็นพลังงานเพื่อใช้ในการเคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งผู้คนส่วนมากที่ขาดการออกกำลังกายจะทำให้สารอาหารไม่ถูกเผาผลาญ ส่งผลให้เกิดการเก็บเป็นส่วนเกินในรูปไขมัน ส่งผลให้เกิดภาวะอ้วน โรคเบาหวาน หัวใจและโรคอื่นๆตามมาอีกมาก แถมยังทำให้รู้สึกเหนื่อยหล้า เบื่อ ไม่มีชีวิตชีวา ง่วงเหงาหาวนอนและรู้สึกขี้เกียจ

การออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ลดการเกิดโรคและช่วยดูแลผิวพรรณให้มีความเปล่งปลั่ง ผู้เริ่มต้นออกกำลังกายอาจจะเริ่มที่การเต้นแอโรบิคแบบง่ายๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อเกิดความคุ้นชิน โดยใช้เวลาออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องประมาณ 30 นาทีขึ้นไปถึง 1 ชั่วโมง ต่อครั้ง โดยทำ 3 -5 ครั้งต่ออาทิตย์

ประโยชน์จากการออกกำลังกายจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อชุดใหญ่ที่ได้รับการกระตุ้นจากการเคลื่อนไหวร่างกาย เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้ได้ทำงาน ก็จะส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานตามมา สารอาหารที่รับเข้าไปจึงถูกนำไปใช้ ลดการเกิดภาวะไขมันอุดตัน ทำให้หัวใจมีความแข็งแรง ระบบไหลเวียนเลือดได้รับการกระตุ้น ออกซิเจนจะไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย เสริมสร้างให้อวัยวะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยขับสารพิษออกทางรูขุมขน ทำให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวล ลดการเกิดสิวและช่วยให้ใบหน้าคงความอ่อนเยาว์เอาไว้ได้นานขึ้น

อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายมีหลายทางเลือกให้เราเลือกใช้ตามความเหมาะสม ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นการเต้นแอโรบิกเพียงอย่างเดียว และอย่าลืมข้อจำกัดในสภาพร่างกายของตัวเองด้วย เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีตามมาค่ะ

3.สร้างอารมณ์ด้านบวก

ผู้ที่มีปัญหาทางด้านอารมณ์และมีความเครียดสะสมเป็นระยะเวลานานจะส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดภาวะหดเกร็ง หัวใจเต้นแรงต่อเนื่อง ส่งผลให้เส้นเลือดที่เข้ามาเลี้ยงหัวใจตีบ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หัวใจขาดออกซิเจน และเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจตามมา เมื่อหัวใจทำงานได้ไม่เต็มที่ การสูบฉีดเลือดต่ำ ออกซิเจนก็ไม่ถูกส่งไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้เพียงพอ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เลือดมีความข้นเหนียวและแข็งตัว เสี่ยงต่อการทำงานหนักของหัวใจจนเกิดภาวะหัวใจโต

อีกทั้งความเครียดและความคิดในเชิงลบยังเป็นต้นเหตุทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำลง ทำให้ร่างกายอ่อนแอ จิตใจหดหู่ เศร้าหมอง ไม่ค่อยมีชีวิตชีวา หากเป็นบ่อยๆ ก็จะทำให้ความย่ำแย่เหล่านี้ปรากฏออกมาภายนอก โดยเฉพาะผิวพรรณจะมีความหมองคล้ำ แห้งกร้าน ส่งผลให้เป็นคนที่ดูไม่มีความสุข และดูเป็นคนขี้โรค ใบหน้าของคนที่มีภาวะเครียดบ่อยๆ จะเต็มไปด้วยการเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออย่างไม่รู้ตัว ส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย จึงสังเกตได้ว่าคนที่มีอารมณ์ฉุนเฉียว ชอบมองโลกในแง่ร้าย อารมณ์ร้อน มักจะมีใบหน้าที่แก่ไปก่อนวัยที่ควรจะเป็น

ดังนั้น หากพบว่าตัวเองมีความเครียดอยู่บ่อยๆ จะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติตนเองเสียใหม่ เริ่มจากการปรับมุมมองให้เป็นคนมีความคิดด้านบวกมากขึ้น พยายามยิ้มแม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่กดดัน พยายามสร้างอารมณ์แห่งความสุขให้เกิดขึ้นในทุกเวลา หลีกเลี่ยงความวิตกกังวลต่างๆและรู้จักการปล่อยวาง

การนั่งสมาธิเป็นหนึ่งในวิธีกำจัดความเครียดที่มีประสิทธิภาพ การฝึกลมหายใจเข้าออกจะช่วยทำให้สภาพจิตใจถูกยกระดับ เป็นคนใจเย็นและมีความสงบมากขึ้น ยามที่มีปัญหาสติจะช่วยประคับประคองจิตใจไม่ให้ตกต่ำ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสุข ทำให้เป็นคนที่มีชีวิตชีวา ที่ดีต่อสุขภาพภายนอกและภายใน ช่วยให้สาวๆ กลายเป็นคนที่มีผิวพรรณสวยงามเปล่งปลั่ง และมีใบหน้ายิ้มแย้มเป็นที่รักของผู้คนรอบข้างมากขึ้น

เพียงทั้ง 3 ข้อที่กล่าวไปนี้ก็จะช่วยให้เพื่อนๆ กลายเป็นคนใหม่ขึ้นมาได้ แถมยังช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของร่างกาย ให้มีสุขภาพแข็งแรงพร้อมความเปล่งปลั่งที่ทอประกายออกมา จนยากจะเดาอายุที่แท้จริงได้เลยทีเดียวค่ะ

3 เคล็ดลับที่น่าทึ่งในการชะลอวัย

การดูแลผิวไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย มันเป็นความจำเป็น ผิวหน้ามีอายุหลายปีเนื่องจากสูญเสียความยืดหยุ่น โชคดีที่มีผลิตภัณฑ์ของกลุ่มสหเฮอร์บาลที่ผู้หญิงหลายคนสาบาน นี่คือ 3 เคล็ดลับชะลอวัยเพื่อให้ผิวของคุณดูอ่อนเยาว์และกระจ่างใส!

  1. ผิวของคุณคือสิ่งที่คุณกิน

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจำนวนมากมีสารเคมีที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยปรับสภาพผิวของคุณ อย่างไรก็ตามสารเคมีเหล่านี้ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยตัวมันเอง การรับประทานอาหารที่สมดุลซึ่งเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุช่วยลดริ้วรอยของผิว ร่างกายมนุษย์ดูดซึมสารอาหารจากอาหารที่คุณกิน

หากคุณกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพซึ่งอุดมไปด้วยไขมันและแคลอรี่ว่างเปล่าร่างกายของคุณจะดูดซับสารพิษแทน อาหารบางชนิดมีน้ำตาลและน้ำมันในปริมาณสูงซึ่งก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีในร่างกายของคุณ ปฏิกิริยาทางเคมีเหล่านี้อาจไม่เข้ากันได้ดีกับโครงสร้างของผิวหนังของคุณทำให้เสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอย อาหารเป็นขั้นตอนแรกของการดูแลตัวเองและผิวของคุณก็คือสิ่งที่คุณกิน

อาหารที่ดีต่อสุขภาพเช่นผักและผลไม้มีสารอาหารที่ช่วยรักษาความนุ่มของผิว การให้ความชุ่มชื้นเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการปรับปรุงผิวของคุณ! เซลล์ในร่างกายของเราต้องการของเหลวเพื่อสร้างใหม่ การดื่มน้ำหนึ่งแก้วให้เพียงพอจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว การให้ความชุ่มชื้นสามารถทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นได้!

  1. ออกกำลังกายให้เพียงพอ.

เชื่อหรือไม่ว่าการออกกำลังกายอย่างเพียงพอช่วยให้ผิวดี! การออกกำลังกายทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและชะลอความเสื่อมของร่างกาย เมื่อคุณกินอาหารที่สมดุลอาหารที่คุณกินจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงาน พลังงานนี้ถูกเผาหรือเก็บไว้ – และเราชอบอดีตมากกว่า

พลังงานส่วนเกินที่เก็บไว้ในร่างกายจะเปลี่ยนเป็นไขมันซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ โรคเบาหวานโรคอ้วนและโรคหัวใจเป็นโรคที่พบบ่อยที่สุด การออกกำลังกายสามารถเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของคุณทำให้ร่างกายของคุณปลอดจากอนุมูลอิสระและสารพิษ ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวเต่งตึง

แนะนำให้ผู้เริ่มต้นออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาทีด้วยการออกกำลังกายง่ายๆเช่นคาร์ดิโอหรือพิลาทิส คนที่เคลื่อนไหวร่างกายมักจะฝึกความแข็งแรง ไม่ว่าคุณจะเลือกออกกำลังกายแบบไหนผิวของคุณจะได้รับประโยชน์จากการทำงานหนักในยิม!

  1. จิตใจที่เป็นบวก

ความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดริ้วรอยก่อนวัยในชายและหญิง ผู้ที่มีความเครียดในระดับสูงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคหัวใจและกล้ามเนื้อกระตุก จิตใจและร่างกายทำงานร่วมกันเพื่อให้มนุษย์ทำงานได้อย่างถูกต้อง ความเครียดและความคิดเชิงลบช่วยลดแรงผลักดันในการทำงานหรือทำกิจวัตรที่ดีต่อสุขภาพ ความเหนื่อยล้าที่เกิดจากภาระงานที่หนักเกินไปก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพเช่นกัน สิ่งนี้อาจนำไปสู่ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำซึ่งส่งผลต่อธรรมชาติของผิวหนังของคุณด้วย การนั่งสมาธิเป็นวิธีที่ดีในการขจัดความเครียด จิตใจที่ดีนำไปสู่ผิวที่ดูอ่อนเยาว์!